สวัสดีครับ...ขออนุญาตนำภาพมาลงที่นี่นะครับ..น่าจะเป็นครั้งแรกเลยมังครับ...มาลงภาพทั้งทีเลยมีเรื่องมาเล่าค่อนข้างยาวหน่อย..เอาเป็นว่า..ท่านใดประสงค์อยากติดตามอ่านเรื่องบ่นๆ ของผมก็ตามมาเลยครับ..
....ส่วนท่านใดประสงค์จะดูรูปอย่างเดียวก็เลื่อน scroll ลงไปด้านล่างครับ แล้วแต่ความสะดวก..
...ภาพเซ็ตนี้ถ่ายไว้เมื่อเดือนมกราคมครับ...สถานที่คือสะพานข้ามแม่น้ำมูล อุบล-พิบูลฯ (ไม่รู้เรียกถูกมั้ยนะครับ) ส่วนเหตุที่ทำให้เป็นที่มาที่ไปมาของภาพชุดนี้มันเริ่มมาจาก..
วันหนึ่งผมได้อัลบั้มเพลงมาชุดหนึ่ง เป็นอัลบั้มเพลงของคุณโอม ชาตรี คงสุวรรณ หลายคนรู้จักดี ฝีมือกีต้าร์ระดับเทพของวงการเมืองไทยทีเดียว เมื่อประมาณปลายปีที่ผ่านมา คุณชาตรีได้ออกอัลบั้มเพลงส่วนตัวชื่อชุด "Into the light" อยากจะบอกว่าอัลบั้มชุดนี้ครั้งแรกที่ผมฟังทั้งสิบเอ็ดเพลง ผมฟังแค่ผ่านๆ แบบไม่ค่อยใส่ใจในรายละเอียด แล้วก็ปิด และเป็นแบบนี้เกือบทุกเพลง ซึ่งพูดถึงเมโลดี้แล้ว...มันไม่ติดหูเอาเสียเลย...พูดง่ายๆ คือดนตรีมันไม่ตลาดจ๋า แน่นอนครับว่าแผ่นซีดีได้ถูกถอดออกจากเครื่องเล่นไปนอนแช่ในกล่อง..รอคอยว่าผมจะหยิบมาฟังอีก..ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่..
แต่มันก็ถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้งโดยบังเอิญ ระหว่างรอรับเจ้าหญิงในช่วงดึกของคืนหนึ่ง เป็นการฟังยาวทั้งอัลบั้มเป็นครั้งแรก..ซึ่งครั้งนี้ความรู้สึกผมต่างออกไป ....เมื่อพินิจพิเคราะห์แล้ว..อัลบั้มชุดนี้มีเนื้อหาสาระที่ดีมาก เป็นการนำเอาปรัชญา และสารัตถะแห่งชีวิตมาแทรกไว้ในเพลงอย่างเนียบเนียน.. ผมฟังเพลงชุดนี้จบอัลบั้มและวนซ้ำฟังอยู่หลายรอบ.. จึงอยากจะแนะนำท่านที่ชอบฟังเพลง และชอบอะไรที่ไม่ซ้ำซากจำเจ หลีกหนีจากเพลงแนวรักหวานซึ้ง อกหักรักคุด ที่มีอยู่เต็มตลาดเพลงตอนนี้ หันมาฟังเพลงแนวแฝงปรัชญาชีวิต พร้อมฝีมือการเล่นดนตรีของคุณโอมที่คงไม่ต้องพูดว่าเทพเพียงใด
ในอัลบั้มเพลงดังกล่าวนั้น มีเพลงที่ผมชอบหลายเพลง หนึ่งในนั้นคือ "เรื่องเล่าจากสายน้ำ" ซึ่งเป็นที่มาให้กับภาพในชุดนี้ครับ..ดนตรีของเพลงนี้มีกลิ่นไอของ Blue เต็มๆ ครับ มีการนำเอา slider มาสไลด์ไปมาบนสายกีต้าร์ ให้สำเนียงบลูที่กินใจอย่างชัดเจน มีเสียงเครื่องเคาะ พวก percussion สอดแทรกเข้ามาตลอดเพลง..เพลงไม่เร็วไม่ช้าออกเนิ่บๆ จุดเด่นนอกเหนือจากดนตรีแล้วยังมีเรื่องของเนื้อเพลงครับ..เนื้อหาของเพลงนั้นกล่าวถึง.....การนำเอาสายน้ำมาเปรียบเปรยกับสัจธรรมแห่งชีวิต ที่ทุกอย่างต่างไหลเลื่อนผ่านไปเหมือนกับแม่น้ำที่ไหลผ่านไป ผ่านไปแล้วไม่ไหลย้อนกลับ น้ำกลุ่มก้อนหนึ่งไหลผ่านเราไป ก็มีน้ำกลุ่มก้อนใหม่ไหลมาแทนที่ โดยที่ไม่เคยไหลย้อนกลับมาหาเรา เปรียบชีวิตเหมือนสายน้ำ เปรียบสายน้ำเหมือนกาลเวลา..
ใน blog ของคุณ Meliot Baggins ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า....
ย้อนกลับไปเมื่อราว 500 กว่าปีก่อนที่พระเยซูจะบังเกิด เฮราคลีตุส ณ เอเฟอุส นักปรัชญาชาวกรีก ได้คิดคำนึงถึงสิ่งต่างๆในโลกนี้ว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างต่างเลื่อนไหล นี่คือคุณสมบัติพื้นฐานที่สุดของธรรมชาติ เขากล่าวว่า ไม่มีอะไรที่หยุดนิ่งกับที่ ด้วยเหตุนี้ เรา"จึงไม่สามารถก้าวลงไปในแม่น้ำสายเดียวกันสองครั้ง" เพราะเมื่อฉันเดินลงไปในแม่น้ำนั้นเป็นครั้งที่สอง ทั้งตัวฉันและแม่น้ำก็ได้เปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว
แม้ว่าเราจะไม่ได้สูญเสียอะไรไปกับแม่น้ำ แต่สิ่งต่างๆมันก็เลื่อนไหลไปกับกระแสธารแห่งกาลเวลา สูญเสียเฉกเดียวกัน น่าเสียดายที่สิ่งดีดีอาจจะผ่านเราไป โดยที่เราไขว่คว้ามันไว้ไม่ได้ และยิ่งน่าเสียดายกว่า ถ้าความทรงจำดีดีจะสูญหายตามไปด้วย ได้แต่คิดในแง่ดีที่ว่า แม้สายน้ำจะไม่ไหลย้อนกลับ แต่การเดินทางของแม่น้ำก็ยังไม่สิ้นสุด หนทางข้างหน้า โค้งน้ำหน้า เกาะแก่งหน้า อาจจะนำพาเราไปพบเจอสิ่งใหม่ๆ ที่พอทดแทนความทรงจำเก่าๆได้
สามารถรับฟังเพลงนี้ได้ที่นี่ครับ..
http://www.imeem.com/eyeview/music/Sk1zdpt1/ohm/
มาดูเนื้อเพลงจริงๆ พร้อมภาพประกอบดีกว่าครับ..
เรื่องเล่าจากสายน้ำ ทุกๆเรื่องที่ผันผ่านไป ความในใจที่เคยผ่านมา
ทุกๆห้วงเวลาไม่เคยเลือนหาย เหมือนสายน้ำที่ยังหลั่งริน
ย้ำให้เห็นความจริงมากมาย รับรู้ไว้ในใจทุกวันเวลา
เป็นสายน้ำนั้นเฝ้าตอกย้ำ ความทรงจำมากมายที่มี
ทุกๆห้วงนาทีมิเคยหลับไหล ย้ำให้เห็นในความเป็นจริง
ย้ำให้คิดในความเป็นไป รับรู้ไว้ในใจทุกวันเวลา
กับความสำเร็จ กับความพ่ายแพ้ กับความผันแปร
กับความปวดร้าว กับความสุขล้น กับความเปลี่ยวเหงา
กับความเหน็บหนาว ที่ยังไม่ลบเลือนไป
จะร้องให้ทุกเรื่องที่ผ่านมา วันเวลาเปลี่ยนแปลงผ่านไป
นึกๆได้เท่าไรเก็บมาเรียนรู้ จะร้องให้ฝันที่ยังตกหล่น
จะร้องให้ฝนที่ยังตกอยู่ รับและรู้ความจริงที่มันเป็นไป
ให้ใจที่เจ็บ ให้วันสดใส ให้วันยิ่งใหญ่ ให้วันขัดสน
ให้ความหม่นหมอง ให้ความสุขล้น ให้ความสับสน ที่ยังไม่ลบเลือนไป
น้ำเต็มฝั่ง น้ำแห้งเหือด ย้ำเพื่อบอก ความเที่ยงแท้ ทุกทุกสิ่ง ล้วนผันแปร
ไม่เที่ยงแท้ แค่เพียงร่วงลับเลือนไป